Florence Foster Jenkins รีวิว “Meryl Streep” โชว์เสียงร้องในแบบของเธอ

Florence Foster Jenkins อาจได้เข้าชิงออสการ์ ครั้งที่20 ประหนึ่ง “Ed Wood” ฉบับนักร้องโอเปร่า

“เมอรีล สตรีป” รับบทนำได้อย่างยอดเยี่ยมใน “Florence Foster Jenkins” อย่างกับ “Ed Wood” ฉบับนักร้องโอเปร่า “Wood” ผู้มีพรสวรรค์ในการสร้างภาพยนตร์ รู้สึกตลกมากที่เขาถูกยกเป็นแบบอย่าง ในเรื่อง “เจนกิ้นส์” อาศัยอยู่กับ “เซนต์ แคล์ เบย์ฟิล” (Hugh Grant) สามีและผู้จัดการของเธอ ในแวดวงสังคมแมนฮัตตันในปี ค.ศ.1940 “เบย์ฟิล” คอยปกป้องไม่ให้เธอได้รับรู้คำวิจารณ์แย่ ๆ พยายามสนับสนุนให้เธอไปถึงฝันถึงขนาดติดสินบนพวกนักวิจารณ์ และทำตามการจินตนาการเพ้อฝันของเธอ โดยจัดหาครูสอนร้องเพลง นักเล่นเปียโน การแสดงแบบส่วนตัว ที่ “The Verdi Club” ที่เธอเป็นเจ้าของเอง แต่ว่า “เบย์ฟิล” ก็มีชู้กับ “แคทลีน เวทเธอลีย์” (Rebecca Ferguson) ที่ภรรยาของเขาก็รู้เรื่องนี้ดี สามีคนแรกของ “เจนกิ้นส์” เสียชีวิตไปด้วยโรคซิฟิลิส และนั่นเป็นสาเหตุที่เธอไม่มีเซ็กซ์อีกต่อไป – หรือนี่คือสาเหตุว่าทำไมเธอถึงอ่านโน๊ตไม่แตกสักที ความหายนะจึงตกอยู่กับ “คอสมี แม็คมูน” (Simon Helberg) นักเปียโนในวงคนใหม่ ที่ได้ยินเสียงร้องอันแสนห่วยของเธอเป็นครั้งแรก

florence-featured
Florence Foster Jenkins

แล้วหนังเรื่องนี้เป็นหนังประเภทไหน ? เป็นหนังที่ใช้ได้ และสนุกเรื่องหนึ่ง ขอบคุณผู้กำกับ “Stephen Frears” ที่คอยรักษาสมดุลระหว่างความตลกและโศกนาฎกรรมได้อย่างละเมียดละไมในบทภาพยนตร์ของ “Nicholas Martin” และสร้างบรรยากาศให้นักแสดงที่แตกต่างกันทั้งสามคนสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น

 

“เมอรีล สตรีป” อาจจะได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 20 นี้ สำหรับการนำมาซึ่งอารมณ์ขัน ตัวเธอเองร้องเพลงได้อย่างน่าชื่นชม เธอร้องได้ใกล้เคียงกับ “เจนกิ้นส์” ตัวจริง ถือว่าสมบูรณ์แบบสำหรับนักแสดงที่ต้องเล่นในบทที่แปลกใหม่เช่นนี้ และ “เมอรีล สตรีป” ยังทำให้คุณคล้อยตามไปกับการแสดง เธอทำให้คุณเข้าถึง “เจนกิ้นส์” แม้กระทั่งเมื่อโลกความเป็นจริงกระแทกประตูปิดกั้นโลกจินตนาการของเธอ

FLORENCE
FLORENCE

และเป็นไปตามคาดหมาย “Helberg” ในบทของ “แม็คมูน” ที่นำพาเสียงหัวเราะ และนักเปียโนที่ประหม่าต่อหน้ามาดามฟลอเรนซ์ ผู้ปราศจากพรสวรรค์ทางด้านดนตรี และเมื่อตัวเขาเป็นนักเปียโนคลาสสิคที่มีความสามารถ เขาทำให้คนดูรับรู้ถึงความอับอายของ “แม็คมูน” เมื่อต้องแสดงในที่สาธารณะกับมาดามผู้นี้ สิ่งที่น่าประหลาดใจอย่างหนึ่งคือการที่เขาพยายามเก็บงำความรู้สึกของ “แม็คมูน” ที่มีต่อ “เจนกิ้นส์” กระทั่งเขารู้สึกชอบเธออย่างเห็นได้ชัดจนเรารู้สึกได้ ตัวเขาก็ต่อต้านมันไม่ได้

FLORENCE
FLORENCE

“Grant” หนุ่มเจ้าสเน่ห์ครั้งนี้เขาลุ่มลึกขึ้น มืดหม่นขึ้น และเสี่ยงมากขึ้น เขาทำให้ตัวละคร “เบย์ฟิล” ซับซ้อนขึ้น จิตใจที่แตกร้าวดั่งตัวละครของเช็คสเปียร์ ผู้ซึ่งคอยปกป้องภรรยาของเขา แต่ไม่มีใครปกป้องเขาจากสังคมที่ไม่เคยแยแส “Grant” แสดงให้เห็นอารมณ์ตึงเครียดของ “เบย์ฟิล” และความน้อยใจต่าง ๆ ที่เขาเก็บซ่อนไว้ในใจ ในช่วงขณะหนึ่งที่เขาถอดวิกผมของภรรยา ประคองเธอลงบนเตียง และโอบกอดเธออย่างใกล้ชิดโดยปราศจากเซ็กซ์ “Grant” เผยให้เห็นชายคนหนึ่งที่ยังคงอ่อนแอในขณะที่ต่อสู้กับตัวเอง ถือเป็นทิศทางใหม่ในความสำเร็จทางการแสดงของ “Grant” ในอนาคตอาจมีบทบาทท้าทายรอเขาอยู่

ดังนั้นคุณจึงยกโทษให้กับความผิดพลาดของภาพยนตร์เรื่องนี้ กับการแสดงที่น่าขนลุก เช่นเดียวกับที่คุณยกโทษให้เจนกินส์ที่เสียงของเธอไปปะทะกับ Mozart, Verdi, Brahms และ นักประพันธ์เพลงคนอื่น ๆ Caruso และ Cole Porter ถูกยอมรับจากแฟน ๆ และ David Bowie บันทึกเสียงให้ “เจนกิ้นส์” “The Glory of the Human Voice” คือหนึ่งในสิ่งที่มีค่าที่สุดของเขา มันมีเหตุผลที่เรื่องราวของ “เจนกิ้นส์” ได้ถูกเล่าขานบนเวทีต่าง ๆ ในแบบดราม่า-มิวสิคคัล ผู้เขียนเดาว่าเวอร์ชั่นนี้จะถูกตราตรึงอยู่ในใจของหลาย ๆ คน